จดทะเบียนบริษัท ทุน 1 ล้านบาท

จดทะเบียนบริษัท ทุน 1 ล้านบาท

       หลายคนคงจะมีคำถามต่อไปว่า ถ้าหากเราจะแจ้งจดทะเบียนบริษัทด้วยทุน 1 ล้านบาท จำเป็นต้องมีเงินสด 1 ล้านบาทเลยหรือไม่ จริงๆแล้วตามกฎหมายได้ระบุไว้ว่า เราสามารถชำระค่าหุ้นเพียง 25% ของทุนจดทะเบียนบริษัทได้ นั่นหมายความว่า ถ้าเราจะจดทะเบียนบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เราสามารถชำระค่าหุ้นขั้นต่ำที่ 250,000 บาทได้ และมูลค่าหุ้นที่เหลือจะต้องถูกเรียกชำระในเวลาต่อมา

ข้อควรระวังเมื่อแจ้งทุนจดทะเบียนบริษัท

      ข้อควรระวังที่หลายๆคนมองข้ามไปเกี่ยวกับทุนจะเบียนบริษัท คือ ในขั้นตอนการแจ้งจดทะเบียน จะต้องแจ้งจำนวนเงินที่ชำระค่าหุ้นแล้วกับทางกรมพัฒนาธุรกิจตามจริง หากมีการชำระค่าหุ้นตามเปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำ 25 เปอร์เซ็นต์ เราก็ควรแจ้งไปว่า ชำระแล้ว 250,000 บาท ไม่ใช่ 1 ล้านบาท เพราะหากเราแจ้งว่าชำระครบ 1 ล้านบาทแล้ว ผลที่ตามมาคือ เมื่อกรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบ และพบว่ามีเงินในบัญชีบริษัทเพียง 250,000 บาท และยังขาดอีก 750,000 บาท เราจะต้องชี้แจงกับผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับเงินจำนวนที่ขาดไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเรามักจะตอบว่า “เงินอยู่ที่กรรมการบริษัท” เงินส่วนที่ขาดไปนี้จึงถือเป็นเงินที่กรรมการบริษัทได้ยืมไป แปลว่ามีการกู้ยืมเงินจากบริษัทหรือเกิดลูกหนี้ขึ้น นั่นหมายความว่าจะต้องมีการเก็บดอกเบี้ยจากการ กู้-ยืม นั้น และเมื่อถึงสิ้นปีการจ่ายภาษีของบริษัท ดอกเบี้ยจากการกู้ยืมจะต้องถูกนำไปรวมเป็นรายได้ทางหนึ่งของบริษัท ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทเสียภาษีเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ

ทุนจดทะเบียนมีผลอย่างไรต่อการเสียภาษี

สำหรับเรื่องอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ

กรณีที่ 1 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนบริษัทที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 30 ล้านบาท จะต้องเสียภาษี

โดยนำกำไรสุทธิมาคำนวณภาษีดังนี้

  • กำไรสุทธิ ไม่เกิน 300,000 บาท   ได้รับยกเว้น
  • กำไรสุทธิเกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษีในอัตราร้อยละ 15
  • กำไรสุทธิเกิน 3,000,000 บาท ขึ้นไป เสียภาษีในอัตราร้อยละ 20

กรณีที่ 2 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนบริษัทที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีมากกว่า 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชี มากกว่า 30 ล้านบาท ให้คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ

“จะเห็นได้ว่า การจดทะเบียนบริษัทด้วยทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นผลประโยชน์ต่อตัวบริษัทเองในเรื่องอัตราการเสียภาษีในช่วงกำไรสุทธิไม่เกิน 3 ล้านบาทแรก นี่จึงเป็นอีกปัจจัยในการช่วยให้เราเลือกตัดสินใจเรื่องทุนในการจดทะเบียนบริษัทได้อีกทาง”

       การให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างๆของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความน่าเชื่อถือของบริษัท, อัตราค่าธรรมเนียม, ความสามารถในการชำระค่าหุ้น หรือ จำนวนเงินที่บริษัทมีอยู่จริง แต่สิ่งที่ควรทำก็คือ ไม่ว่าคุณจะแจ้งจดทะเบียนด้วยทุนบริษัทเท่าไหร่ ควรเรียกชำระค่าหุ้นตามจริงเพื่อป้องกันความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

ขอขอบคุณ : Officemate, ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ใส่ใจบัญชีและภาษี

ใส่ความเห็น

Close Menu