ในยุคที่องค์กรกำลังเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation การนำ e-Tax Invoice หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งาน ไม่ได้เป็นเพียงการลดการใช้กระดาษเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร
ล่าสุด กรมสรรพากรได้ขยายระยะเวลามาตรการส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ออกไปอีก 2 ปี จนถึงสิ้นปี 2570 ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนในระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt สามารถใช้สิทธิหักรายจ่ายได้สูงสุด 2 เท่า ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจที่กำลังวางแผนปรับเปลี่ยนระบบเอกสารภาษีสู่รูปแบบดิจิทัล
ใช้งาน getInvoice (e-tax Invoice) หักรายจ่ายค่าบริการระบบดังกล่าวได้ 2 เท่า!!
e-Tax Invoice คืออะไร ?
e-Tax Invoice หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ คือเอกสารภาษีในรูปแบบดิจิทัลที่จัดทำและจัดเก็บตามมาตรฐานของกรมสรรพากร โดยมีสถานะทางกฎหมายเทียบเท่ากับใบกำกับภาษีกระดาษ
การใช้งานระบบ e-Tax ช่วยให้องค์กรสามารถออก ส่งมอบ และจัดเก็บเอกสารภาษีได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
ทำไมครึ่งปีหลัง 2569 จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเริ่มใช้ e-Tax Invoice ?
ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ “การลงทุนในระบบ e-Tax Invoice มาหักรายจ่ายทางภาษีได้สูงสุด 2 เท่า” ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
ลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์เอกสาร การจัดส่งเอกสาร และการจัดเก็บเอกสารระยะยาว
ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ ERP ระบบบัญชี และระบบงานอื่น ๆ ภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจประเภทใดควรเริ่มใช้ e-Tax Invoice ก่อน ?
ธุรกิจที่มีการออกใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละวัน เช่น ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจค้าส่ง จะสามารถลดภาระงานเอกสารและเพิ่มความรวดเร็วในการส่งมอบเอกสารให้ลูกค้าได้อย่างชัดเจน
องค์กรที่ใช้งาน SAP, Oracle, Microsoft Dynamics หรือ ERP อื่น ๆ สามารถเชื่อมต่อระบบ e-Tax Invoice เพื่อสร้างเอกสารภาษีอัตโนมัติ ลดการทำงานซ้ำซ้อนและลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูล
ธุรกิจด้านไอที ที่ปรึกษา โลจิสติกส์ และบริการอื่น ๆ ที่ต้องส่งเอกสารภาษีให้ลูกค้าเป็นประจำ จะได้รับประโยชน์จากการส่งเอกสารได้รวดเร็วและติดตามสถานะได้ง่าย
องค์กรที่มีหลายสาขา หรือมีการออกเอกสารจำนวนมากต่อเดือน จะสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเอกสารได้อย่างมีนัยสำคัญ
ประโยชน์ของ e-Tax Invoice ที่มากกว่าการลดกระดาษ
สามารถออกและส่งใบกำกับภาษีได้ทันทีหลังจากทำรายการเสร็จ
ข้อมูลถูกส่งจากระบบบัญชีหรือ ERP โดยตรง ลดความเสี่ยงจากการคีย์ข้อมูลซ้ำ
ค้นหาเอกสารได้ภายในไม่กี่วินาที ช่วยลดเวลาในการตรวจสอบข้อมูล
ช่วยให้การตรวจสอบบัญชีและภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลดการใช้กระดาษและช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร
หากยังไม่เริ่มใช้ e-Tax Invoice จะเสียโอกาสอะไร?
มาตรการส่งเสริมของภาครัฐมีระยะเวลาจำกัด การเริ่มต้นช้าอาจทำให้เสียโอกาสในการใช้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มเติม
ธุรกิจยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการพิมพ์และจัดเก็บเอกสารต่อไป
องค์กรที่ปรับใช้ระบบดิจิทัลก่อน มักมีต้นทุนต่ำกว่าและตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วกว่า
แนวทางเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน e-Tax Invoice
ขั้นตอนที่ 1 : สำรวจระบบบัญชีและ ERP ที่ใช้งานอยู่
ขั้นตอนที่ 2 : ประเมินปริมาณเอกสารภาษี
ขั้นตอนที่ 3 เลือกผู้ให้บริการ e-Tax Solution
ขั้นตอนที่ 4 : วางแผนการเชื่อมต่อระบบ
ขั้นตอนที่ 5 : ทดสอบก่อนใช้งานจริง
ทำไมองค์กรจำนวนมากเลือกใช้ getInvoice ?
ระบบได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดล่าสุดของกรมสรรพากร
รองรับ SAP, Oracle, Microsoft Dynamics และ ERP ชั้นนำอื่น ๆ
เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีปริมาณเอกสารตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสนฉบับต่อเดือน
รองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กรขนาดใหญ่
ให้คำแนะนำตั้งแต่การวางแผนจนถึงการใช้งานจริง
สรุป
e-Tax Invoice ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนจากเอกสารกระดาษเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นการยกระดับกระบวนการทำงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และรองรับการเติบโตในยุคดิจิทัล
ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ซึ่งยังคงมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจทุกขนาดในการเริ่มต้นใช้งานระบบ e-Tax Invoice เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่
“เพียงแค่เปลี่ยนมาใช้ระบบ (e-Tax Invoice) ก็เท่ากับช่วยองค์กรของคุณให้เดินหน้าเร็วขึ้น”
เมื่อวันที…
ในยุคที่อง…
ในยุค Digit…
โซลาร์เซลล์ลดหย…
หลายธุรกิจ…
ผู้ที่ม…
This website uses cookies.