e-tax invoice ใครไม่ทำ ผมทำ!!!

e-tax invoice ใครไม่ทำ ผมทำ!!!

          ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี ทั้งในแง่การใช้เทคโนโลยีที่นำสมัย การสื่อสารที่รวดเร็ว รวมไปถึงการตื่นตัวของทั้งผู้นำประเทศและคนในประเทศ จนนำไปสู่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อยกระดับการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า National e-Payment ถือเป็นหนึ่งในโครงการหลักที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันให้สำเร็จ เพื่อนำมาสู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศ และเป็นการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกรรมทางการเงินและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม e-tax invoice and e-receipt ถือเป็นหนึ่งในโครงการ National e-Payment ที่สำคัญ มีประโยชน์กับประชาชนโดยมาก นอกจากนี้ในโครงการ National e-Payment ยังมีโครงการที่ดำเนินคู่ขนานกันไปในเวลาเดียวกันดังนี้

  1. ระบบรับและโอนเงินพร้อมเพย์
  2. การขยายการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์
  3. ระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice, e-Receipt)
  4. โครงการ e-Payment ภาครัฐ

 ใครสนใจเรื่อง National e-Payment อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.epayment.go.th/home/app/

e-tax invoice by RD

E-TAX INVOICE AND E-RECEIPT

           ทีนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่อง e-tax invoice ถ้าเราจะแปลเป็นภาษาไทยก็คือ “ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์” ใบกำกับภาษีเองเดิมทีเป็นกระดาษใช้กันต่อเนื่องมายาวนาน ใช้เพื่อแสดงรายละเอียดมูลค่าสินค้าหรือบริการ และจำนวนภาษีที่เกิดจากการทำธุรกรรมครั้งนั้น ซึ่งเอกสารนี้ผู้ออกจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร เมื่อใช้ใบกำกับภาษีเป็นกระดาษมานาน รวมทั้งเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้พัฒนามาไกลมาก ทำให้คนเราเริ่มเห็นจุดที่สามารถพัฒนา เปลี่ยนเอกสารที่เป็นกระดาษให้กลายมาอยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนการดำเนินการ ลดการใช้กระดาษ ส่งผลในแง่ดีกับการอนุรักษ์ธรรมชาติด้วย

          ก่อนจะไปดูรายละเอียดว่าจะทำ e-tax invoice อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่าทำแล้วเราจะได้อะไร

  1. ในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายในการสร้างใบกำกับภาษี เมื่อเราเปลี่ยนจากกระดาษเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว แน่นอนเราไม่ต้องใช้กระดาษ แต่เราก็ไม่ได้ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกระดาษเพียงอย่างเดียว โดยรวมแล้วเราลดค่าใช้จ่ายอะไรได้ ดังนี้
    1. กระดาษ บางบริษัทใช้แบบ copy เป็นชุด ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ Dot Matrix ต่อ 1 invoice ก็ 3-7 บาทแล้วแต่ปริมาณสำเนาที่ต้องใช้ บางบริษัทพิมพ์ใส่ A4 ราคาริมละประมาณ 80 บาท พิมพ์ 5 สำเนา เท่ากับ 1 invoice เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1 บาท (80 / 500 * 6 = 0.96)
    2. ซองใส่เอกสาร บางครั้งจะต้องติดแสตมป์เพื่อส่งไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ
    3. เครื่องพิมพ์ หมึกพิมพ์ รวมถึงค่าดูแลเครื่องพิมพ์
    4. ค่าไฟในการพิมพ์เอกสาร
    5. ค่าส่งเอกสาร หากเทียบจากราคา Outsource Messenger หลายๆ บริษัทในกรุงเทพ ราคาเริ่มต้นจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90 บาทแล้วบวกเพิ่มตามระยะทางที่ไกลออกไป หรือเราจะจ้างพนักงานส่งเอกสารประจำบริษัท ก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่อง เงินเดือน สวัสดิการ ประกันอุบัติเหตุ ค่ารถมอเตอร์ไซค์ ค่าน้ำมัน รวมแล้วไม่ใช่น้อยเลย
    6. ในกรณีที่เอกสารที่ส่งไปผิด หรือหยิบเอกสารไปไม่ครบ ค่าใช้จ่ายในการส่งก็เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเสียเวลาของพนักงานในการแก้ไขเอกสาร และโทรศัพท์คุยกับลูกค้า ทั้งหมดนี้ถ้าบริหารจัดการไม่ดี ทำให้ต้นทุนต่อใบกำกับภาษี 1 ใบมูลค่าสูงมาก
    7. แล้วยังมีเรื่องการรวบรวมเอกสารเพื่อทำรายงานภาษีขายอีก ต้องใช้พนักงานงานบัญชีในการทำ ระยะเวลาการทำก็ขึ้นอยู่กับขนาดของบริษัทและปริมาณรายการขายที่เกิดขึ้น

          พอนั่งคิดรายละเอียดดีๆ แล้ว การขายสินค้า 1 ครั้งเรามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่เกิดขึ้น และเราสามารถลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้แค่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้

  1. ในแง่ของลดพื้นที่จัดเก็บเอกสาร
    1. ในกรณีที่เราเก็บเอกสารในพื้นที่ของกิจการ เราสามารถนำพื้นที่ที่ต้องเสียไปกับการจัดวางเอกสาร นำไปเพิ่มพื้นที่ให้บุคลากร เพื่อเพิ่มผลผลิตและศักยภาพในการทำเนินธุรกิจได้
    2. ในกรณีที่เราเก็บเอกสารไว้ที่ผู้ให้บริการจัดเก็บเอกสาร เราสามารถลดค่าใช้จ่ายได้หลายอย่าง
      1. พื้นที่เก็บ
      2. ค่ากล่องเก็บเอกสาร
      3. ค่าดำเนินการมารับเอกสารไปเก็บ
      4. ค่าดำเนินการในการค้นหาเอกสารและนำมาส่ง เพราะบางกรณีเราจะเป็นจะต้องนำเอกสารมาให้ Auditor หรือเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรใช้สำหรับตรวจสอบ นอกจากจะเสียเงินในการดำเนินการแล้ว ยังเสียเวลาพอควรในการดำเนินการ
  1. ในแง่ของการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
    1. เราลดการตัดต้นยูคาลิปตัสขนาด 50 กิโลกรัม ได้ 1 ต้น ถ้าเราลดการใช้งานกระดาษ A4 3,300 แผ่น
    2. เราจะเหลือพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในบ้าน 1 หลังเป็นเวลา 1 เดือน ถ้าเราลดการพิมพ์เอกสาร A4 12,000 แผ่น
    3. เราจะลดมลพิษทางอากาศได้ 1 ปอนด์ หากเราลดการพิมพ์เอกสาร A4 3,000 แผ่น
    4. เราะจะประหยัดน้ำมันอีกมากมาย ถ้าหาเราไม่ต้องส่งเอกสารให้ลูกค้าด้วยมอเตอร์ไซค์
  2. ในแง่การดำเนินธุรกิจ ถ้าเริ่มเป็นผู้ประกอบการที่ออก e-tax invoice แล้ว เราจะต่อยอดไปออกเอกสารอื่น ๆ ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้อีก เช่น PO, Invoice และอาจจะรวมไปถึงเอกสารสัญญา ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างรวดเร็วและแน่นอนขึ้น สร้างโอกาสและรายได้ตามมา ทำให้การบริหารเงินสดในมือเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพค
International e-billing

          การเปลี่ยนเอกสารเหล่านี้ให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงใช้ส่งถึงกันระหว่างคู่ค้ามีผลถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มใช้งานอยู่ในหลายประเทศ ไม่เพียงส่งเฉพาะใบกำกับภาษี แต่ส่ง PO และ Invoice ด้วย ผู้นำการใช้งานจะเป็นประเทศทางฝั่งอเมริกา ทั้งอเมริกาเหนือและละตินอเมริกา รวมไปถึงฝั่งยุโรปก็มีหลายประเทศที่ใช้อย่างแพร่หลายทั้ง Norway, Sweden และ Finland ในประเทศฝั่งเอเชียเองหลายประเทศเริ่มตื่นตัวและใช้งานอย่างจริงจัง เกาหลี คาซัคสถาน เวียดนาม และมาเลเซีย ก้าวนำไปแล้ว ปี 2018 นี้สิงคโปรได้จัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาระบบ e-invoice ทั่วประเทศ ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะเริ่มพัฒนาอย่างจริงจัง โดยการสนับสนุนของภาครัฐ และความตื่นตัวของภาคเอกชน เพื่อนำประเทศไทยไปยัง Thailand 4.0 อย่างสง่างาม

ใส่ความเห็น

Close Menu