ใคร ๆ เค้าก็รู้จัก e-tax invoice จริงหรือ ?

ใคร ๆ เค้าก็รู้จัก e-tax invoice จริงหรือ ?

          หลังจากที่เราเริ่มเห็นข้อดีในการทำ “ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์” จากบทความ “ e-tax invoice ใครไม่ทำ ผมทำ!!! ” แล้วสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้มีอะไรบ้าง

: ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-tax invoice) หน้าตาเป็นอย่างไร

หน้าตาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์

          รายละเอียดเนื้อหาข้อมูลบนใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเหมือนกับที่อยู่บนกระดาษ จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ

  1. เป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ประเภท
    1. .pdf (Portable Document Format)
    2. .doc, .docx (Microsoft Word Document)
    3. .xls, .xlsx (Microsoft Excel)
  2. 1 ไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกิน 3 MB
  3. ข้อมูลรายละเอียดที่อยู่ในไฟล์เอกสารจะต้องไม่ใช่รูปภาพ ห้ามใช้การถ่ายภาพหรือการแปลงไฟล์จากเอกสารกระดาษให้เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
  4. ต้องมีการลงลายเซ็นดิจิตอล (Digital Signature) หรือประทับรับรองเวลา (Time Stamp) ผ่านระบบ e-tax invoice by email เพื่อให้เอกสารนี้ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถใช้ต่อสู้ในชั้นศาลในกรณีที่เกิดข้อพิพาท ทั้งนี้วิธีการประทับรับรองนี้จะทำด้วยวิธีไหนขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจที่จะกล่าวต่อไป

: เอกสารที่ทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์และต้องส่งสรรพากรไม่ได้มีแค่ใบกำกับภาษี ยังมีเอกสารเหล่านี้ด้วย

  1. ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร
  2. ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) ตามมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร
  3. ใบลดหนี้ (Credit Note) ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร
  4. ใบรับ (Receipt) ตามมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

: ทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-tax invoice) ขึ้นมาได้แล้ว จะส่งให้กรมสรรพากรได้อย่างไร

การนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร

ผู้ประกอบการสามารถจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-tax invoice)และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-receipt) ด้วยการลงลายเซ็นดิจิตอล (Digital Signature) ได้ 2 วิธี

  1. สำหรับผู้ประกอบการที่มีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ของตนเอง หรือมีโปรแกรมสำเร็จรูปในการจัดทำบัญชี หรือระบบ ERP สามารถจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการลงลายมือชื่อดิจิทัลตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กำหนด และนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตามช่องทางการนำส่งข้อมูลที่เหมาะสมกับลักษณะของกิจการ โดยมีทางเลือกในการจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ได้ 3 ทางเลือกดังนี้

          ทางเลือกที่ 1 จัดทำข้อมูลรูปแบบ XML File ตามข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยข้อความอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการซื้อขายสินค้าและบริการ (ขมธอ.3-2560) เท่านั้น ซึ่งต้องลงลายเซ็นดิจิตอล (Digital Signature)

          ทางเลือกที่ 2 จัดทำข้อมูลรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น PDF, Word ,Excel ซึ่งต้องลงลายเซ็นดิจิตอล (Digital Signature)

          ทางเลือกที่ 3 จัดทำข้อมูลผ่านระบบบริการ RD Portal ของกรมสรรพากร ซึ่งต้องลงลายเซ็นดิจิตอล (Digital Signature) ที่ โปรแกรมสร้างและตรวจสอบลายเซ็นดิจิตอล (Ultimate Sign & Viewer)

สำหรับการส่งมอบข้อมูลให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการสามารถทำได้ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีเมล หรือวิธีการอื่นใด ตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

  1. สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีซอฟต์แวร์จัดทำบัญชี
    – จัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ลงลายมือชื่อดิจิทัลด้วยระบบ RD Portal ของกรมสรรพากร
    – จัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป เช่น Microsoft Word (.doc, .docx) หรือ Microsoft Excel (.xls, .xlsx) หรือ PDF/A-3 และส่งให้ระบบ e-Tax Invoice by Email เพื่อประทับรับรองเวลา (Time Stamp)

สำหรับกิจการที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี และยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบการจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการลงลายเซ็นดิจิตอล (Digital Signature) สามารถจัดทำได้ด้วยระบบ e-Tax invoice by Email แทน แต่ในกรณีนี้กรมสรรพากรบังคับว่าใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์นี้จะต้องเป็นไฟล์ PDF/A-3 เท่านั้น (บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป)

: กรมสรรพากรเค้าบังคับใช้หรือยัง

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับขนาดของผู้ประกอบการ

  • ขนาดใหญ่ รายได้ มากกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

          เข้าระบบภายใน 1 มกราคม 2561

  • ขนาดกลาง รายได้ มากกว่า 30 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท

          เข้าระบบภายใน 1 มกราคม 2561

  • ขนาดเล็ก รายได้ มากกว่า 8 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 30 ล้านบาท

          เข้าระบบภายใน 1 มกราคม 2563

  • ขนาดไมโคร รายได้ ไม่เกิน 8 ล้านบาท

          เข้าระบบภายใน 1 มกราคม 2565

            แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีบทลงโทษสำหรับกิจการที่ไม่เข้าร่วมในเวลานี้ แต่จากประโยชน์ที่ได้กล่าวแล้ว ทำเลยครับ จะดีกับกิจการของคุณ และคู่ค้าของคุณ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมสรรพากร

ใส่ความเห็น

Close Menu